การใช้เส้นแนวโน้มในไบนารี่ออฟชั่นมีความสำคัญ

เส้นแนวโน้ม จะมีศัพท์ที่เรียกว่า trend line เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการวิเคราะห์ที่ง่ายและทรงประสิทธิภาพอย่างสูง  โดยควรดูจากจุดสองจุดที่อยู่บนกราฟ เส้นแนวโน้มขาขึ้นจะวาดโดยใช้จุดต่ำสุด เส้นแนวโน้มขาดขึ้นสามารถวาดโดยใช้จุดสองจุดที่อยู่ติดๆ กัน ความเคลื่อนไหวของเส้นกราฟจะเข้าใกล้เส้นแนวโน้มก่อนที่จะกลับเข้าสู่แนวทางของมันเอง แนวโน้มของราคาจะทะลุหรือพาดผ่านเส้นแนวโน้ม แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของสัญญาณใกล้เส้นแนวโน้ม trend line มีผลเมื่อราคาเคลื่อนที่แตะเส้น trend line อย่างน้อยสามครั้ง หากว่าเส้นแนวโน้มในไบนารี่ออฟชั่นลากได้ยาว หมายความว่าจำนวนครั้งที่มากขึ้นของเส้นทดสอบเข้าใกล้เส้นแนวโน้มมาก และมันจะมีความสำคัญมาก

ทฤษฎีการวิเคราะห์แนวรับแนวต้านในไบนารี่ออฟชั่น คือการวิเคราะห์ที่ดีที่สุดของการซื้อขาย จุดที่ใกล้แนวรับมักจะเป็นจุดต่ำสุด ของรอบการซื้อขายไบนารี่ออฟชั่นเหล่านั้น จุดที่ดีของการซื้อขายไบนารี่ออฟชั่นคือจุดที่ใกล้แนวต้าน มันเป็นจุดสูงสุดของกรอบราคาการซื้อขายครั้งที่แล้ว หากว่ามีการเคลื่อนที่ในแนวต้าน แนวต้านจะกลายเป็นเส้นกราฟสำหรับการปรับตัวได้ หรืออีกความหมายหนึ่งคือ จุดสูงสุดกลายเป็นจุดสูงสุดในครั้งใหม่ หากว่าราคาทะลุผ่านแนวรับ มันจะมีแรงขายที่ต่อเนื่องทำให้จุดต่ำสุดเดิมกลายเป็นจุดต่ำสุดใหม่ได้อีก

เส้นกราฟของไบนารี่ออฟชั่น เทียบเป็นอัตราส่วนการขึ้นลงโดยบรรยายได้เป็นเปอร์เซ็นต์  มันจะมีการปรับตัวขึ้นลงเทียบกับ time frame ก่อน และทำให้เราสามารถเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ได้ เราสามารถกำหนดอัตราส่วนของการปรับตัวขึ้นลงได้ โดยใช้เส้นแนวโน้มเป็นตัวช่วยในการแบ่ง เช่นเรากำหนดการปรับตัวขึ้นหรือลง 50 เปอร์เซ็นต์จากแนวโน้มในครั้งก่อนเป็นตัวกำหนดสถานะว่าเมื่อไหร่ควรจะซื้อ หรือว่าเมื่อไหร่ควรจะขายคู่เงินออกไป อัตราส่วนต่ำสุดของการดีดกลับของเส้นราคาควนเป็น 1 ใน 3 ของ time frame ก่อนหน้านั้น และอัตราส่วนที่สูงที่สุดคือ 2/3 ของอัตราส่วนที่สำคัญและน่าจะโฟกัสคือ อัตราส่วนของเลข fibonacci 38.2 และ 61.8 เปอร์เซ็นต์

การเคลื่อนที่ของเส้นค่าเฉลี่ย เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เส้นเฉลี่ยจะบอกว่าเราจะบรรลุเป้าหมายของเราได้หรือไม่ และเทรนด์ของ ไบนารี่ออฟชั่นใน time frame ครั้งต่อไปจะเป็นประการใด เราเว้นค่าเฉลี่ยอย่างน้อย 2 เส้นเป็นต้นไป การจับคู่กันของเส้นแนวโน้มกับเส้นค่าเฉลี่ยจะจับคู่กันทั้งในระยะสั้น กลาง และระยะยาว  หากว่าแนวโน้มระยะสั้นตัดกับแนวโน้มระยะยาวในไบนารี่ออฟชั่น เช่น เส้นแนวโน้ม Period 5 ตัดกับ 50 เมื่อตัดกันแล้ว เราควรซื้อค่าเงินใหม่ด้วยเหตุผลนี้ ดังนั้นเราควรดูเส้นแนวโน้มในไบนารี่ออฟชั่นหรือเส้นค่าเฉลี่ยให้เป็นเพราะมันสำคัญมาก

วิธีเทรดไบนารี่ออฟชั่นให้ชิว

การเทรดไบนารี่ออฟชั่นบางครั้ง ไม่จำเป็นต้องเทรดหรือว่าเฝ้าหน้าจอโดยตลอด บางคนถึงขนาดว่าเช่าเซิร์ฟเวอร์VPS แล้วคอยดูผ่านหน้าแอพลิเคชันเพื่อมาเทรดเหมือนกับการเทรด forex ซึ่งจริงๆ แล้วมันไม่จำเป็นต้องขนาดนั้น เพราะว่าบางคนคิดว่าไบนารี่ออฟชั่น มีหลักการเดียวกับ forex คือต้องรันตลอดเวลา แต่มันไม่จำเป็นขนาดนั้น

แนวคิดของการเทรดไบนารี่ออฟชั่นคือต้องทำให้เหนื่อยน้อยที่สุดและได้ผลตอบแทนที่ดี วิธีที่พอจะนำมาประยุกต์ใช้คือ การเทรดไบนารี่ออฟชั่นที่ให้ตลาดทำงานแทนเรา

ตลาดของไบนารี่ออฟชั่นมันสามารถเคลื่อนไหวได้เอง ตามกลไกของมันโดยที่เราไม่จำเป็นต้องไปทำอะไรกับมันเลย ตลาดไบนารี่ออฟชั่นสามารถเคลื่อนไหวเองได้ อันนี้เป็นกุญแจสำคัญที่เราต้องให้การตลาดทำงานแทนเรา การตลาดของไบนารี่ออฟชั่นสามารถเคลื่อนไหวขึ้นลงได้เอง แล้วทำให้เราต้องเปิดมาหน้าจอบ่อยๆ เพื่อดูการเปิด order หลายๆตัวด้วย

หลักการก็คือว่าให้เราคาดเดาทิศทางของการตลาดที่จะเป็นไป จากนั้นเปิด order ในทิศทางที่เหลือ แล้วปล่อยให้ราคามันวิ่งไปตามทางของตลาดที่มันจะไป ซึ่งก็คือเราต้องคาดคะเนทิศทางของราคาหุ้นว่ามันจะขึ้นหรือลงด้วย จากนั้นก็กดปุ่ม call หรือ put เพื่อดูว่าไบนารี่ออฟชั่น มันจะไปในทิศทางไหน ซึ้งบางครั้งเราอาจคาดเดาถูกบ้างผิดบ้างแต่มันแต่ว่านั่นล่ะคือประสบการณ์ทีเราจะได้รับจากมัน  ไม่จำเป็นว่าเราจะคาดเดาทิศทางของไบนารี่ออฟชั่นได้ถูกทุกครั้ง

แต่หากเราเทรดไบนารี่ออฟชั่นไปเรื่อยๆ และมีประสบการณ์อยู่พอตัว จะทำให้คุณไม่เหนื่อยมาก ซึ่งหากว่าคุณอยากจะเทรดไบนารี่ออฟชั่นเก่งๆ คุณต้องใช้เวลาประมาณ 3 ปี แล้วจะทำให้ความแม่นของคุณเพิ่มมากยิ่งขึ้นแน่นอน คราวนี้คุณก็จะไม่ล้างพอร์ตด้วย

การเทรดไบนารี่ออฟชั่นที่ดีคือไม่จำเป็นต้องเทรดบ่อยๆ เพราะว่ากรที่นั่งเทรดบ่อยๆ จะทำให้คุณต้องมานั่งเฝ้า เหมือนกับการเล่นพนันบอลที่จะมีสักกี่คน ที่วางพนันบอลแล้วไม่เฝ้าไม่คอยตามลุ้นผลการแข่งขันบ้าง นั่นก็เหมือนกัน

การค้นหาวิธีการเทรดไบนารี่ออฟชั่น คือเราต้องคาดคะเน แล้วปล่อยมันให้ราคามันไหลของมันเอง แล้วเราก็เอาเวลาไปทำอย่างอื่นจะเป็นการดีมากๆ ทำให้เราได้มีเวลาเล่นกับลูกกับเมียไม่ต้องมานั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน การอยู่หน้าคอมทั้งวันทำให้คุณแก่เร็ว และมีสายตาสั้นขึ้นอีกต่างหาก ซึ่งสิ่งนี้แหละที่เราเรียกว่าใช้เงินทำงาน หรือว่าให้การตลาดทำงานแทนคุณนั่นเอง

 

ข้อปฏิบัติเมื่อเสียเงินจาก binary options

การเทรด binary options เสียเป็นเรื่องปกติสำหรับมือใหม่ บางคนถึงกับต้องล้างพอร์ตกันเลยทีเดียว คำศัพท์ว่าล้างพอร์ตคือหมดเงินทั้งหมดในบัญชีที่ฝากเข้าไป ดังนั้นก่อนการเทรด binary options เราควรตั้งสติและศึกษาการเทรดให้ดี ขนาดว่านักเทรดรุ่นกลางๆ ที่เล่นมานานแล้วยังมีโอกาสล้างพอร์ตได้เช่นเดียวกัน นับประสาอะไรกับมือใหม่ หรือว่าศัพท์ในทางหุ้นเรียกว่าเม่า จะไม่บินเข้าไปในกองไฟ ให้ถูกเผาบ้าง

เมื่อเราถูกล้างพอร์ต เราต้องถอยห่างออกมาเพื่อใช้เวลาหรือความคิดทบทวนดูว่ามันผิดพลาดที่ตรงไหน และพยายามนำข้อผิดพลาดนี้มาปรับปรุง พยายามปิดจุดอ่อนหรือข้อผิดพลาดเหล่านั้น การเล่นกับคู่เงินก็เหมือนกันบางครั้งเราควรสังเกตว่าคู่เงินที่เราถูกโฉลกหรือเริ่มจับทางได้เป็นคู่เงินอะไร บางครั้งอาจไม่ใช่คู่เงินของ EUR/USD เสมอไป อาจจะเป็นคู่เงินอื่นก็ได้ หากว่าล้างพอร์ตเราควรจะหยุดเทรด binary options ไปเลยเป็นเวลา 3-7 วันเพื่อไม่ให้กลไกทางการตลาดจับทางได้ ก็คล้ายๆ กับการพนันที่ไม่ต้องการให้โต๊ะหรือเจ้ามือจับทางการเล่นของเราได้นั่นเอง

การเทรดเงิน binary options ควรเทรดด้วยเงินน้อยๆ อาจจะ 1-5 เปอร์เซ็นต์ของเงินที่เรามีอยู่ก็ได้ เพื่ออะไร เพื่อที่บางครั้งหากว่าเราผิดพลาดเราจะสามารถกลับตัวได้ หรือทฤษฎีการเล่นแบบ martingale นั่นเอง ที่เล่นทีละน้อยๆ พอเสียเงินก็ค่อยๆ เพิ่มทุนเข้าไปอาจจะใช้เต็มที่ 3-4 ไม้ หากว่าไม่เข้าเลยก็ถือว่าโชคร้ายไป ถือว่าดวงคุณไม่มี

สำหรับเทรดเดอร์อย่าล้อเล่นกับเงินเพียงแค่ 10 เหรียญเพราะว่ามันจะทำให้คุณมือเติบคิดว่าเงินแค่ 10 เหรียญมันน้อยนิดแต่หากจะเล่นต่อไปเรื่อยๆแล้วพลาดท่าเสียทีขึ้นมาล่ะ ก็เป็นเงินหลายร้อยเหรียญได้เหมือนกัน ดังนั้นก่อนเล่นควรคิดไตร่ตรองหรือศึกษาให้รอบคอบก่อนการลงทุน เพราะว่าเงินที่คุณเล่นไปเป็นเงินจริง ไม่ใช่เงินกระดาษที่คุณจะเล่นเสียได้บ่อยๆ

อย่าคาดหวังว่าการเล่น binary options จะทำเงินให้คุณวันละ 100 เหรียญหรือเท่านั้นเท่านี้ เพราะการที่คุณคาดหวังแบบนั้นจะทำให้คุณโลภและมีความต้องการในการเล่น/เทรดตลอดเวลา แต่การที่คุณเล่นแล้วรู้จักพอจะทำให้คุณมีโอกาสได้กำไรจาก binary options มากกว่า

สกุลเงินที่ใช้ใน binary options จริงๆแล้วก็มีไม่กี่สกุลเงินหรอก ก็คือ USD, NZD, AUD, EUR, GBP, CNY, CHF, JPY, CAD ซึ่งการจับคู่สกุลเงินใน binary options เราก็จะจับคู่จากสกุลเงินในนี้เท่านั้น หากว่าเรารู้และเข้าใจเรื่องของการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างคู่เงินนั้นจะทำให้เรา เก็งกำไรจากคู่เงินได้เช่นเดียวกัน

 

 

ความแตกต่างของ cut loss, stop loss และ pip, point

เทรดเดอร์ที่เล่นหุ้นทั่วไป อาทิเช่น forex, future, หรือว่า binary options ควรจะรู้ศัพท์ในการเทรดไว้บ้าง อาทิเช่น ศัพท์เกี่ยวกับการ cut loss หรือ stop loss ต่างๆ รวมถึง ค่า pip, point ด้วยเพื่อว่าเราจะได้คุยกับนักเทรดเดอร์ คนอื่นๆ ในแวดวงให้รู้เรื่อง เพราะคำศัพท์เหล่านี้เป็นเบสิคพื้นฐานเลย

การ cut loss หมายความว่าบางครั้งราคาหุ้นของเรา มีราคาที่ดร็อปลงแล้วเราไม่ต้องการที่จะขาดทุนไปมากกว่านี้ก่อนที่ตลาดจะปิด เราสามารถคลิกปุ่ม cut loss ได้เลย เป็นการลดความเสี่ยงต่อการขาดทุนหรือว่าการล้างพอร์ตนั่นเอง ใช้กับความหมายในแนวทางที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่นัก ส่วนการ stop loss มันก็คือการหยุดเหมือนกันแต่อาจจะเป็นการกยุดในช่วงที่เราได้กำไรอยู่ก็ได้ หรือหยุดในช่วงที่เส้นกราฟต่ำลง (ช่วงที่ขาดทุนอยู่ก็ได้) หากเรา stop loss ในช่วงที่เราได้กำไรหมายความว่าเราได้กำไรเพียงพอแล้ว และไม่ต้องการเสี่ยงว่าหากว่าเส้นกราฟตกต่ำลงมันก็คงดูไม่ดีเท่าไหร่ คืออย่างเช่นกราฟขึ้นมา 1.05 จุดแล้วเราพอใจเพียงเท่านี้ เราสามารถคลิกปุ่ม stop loss ก่อนที่ตลาดจะปิดลงหรือก่อนที่ตลาดจะถึงช่วงของ time frame ที่กำหนด

ต่อมาเรามาดูคำศัพท์ของ pip และ point กันดีกว่า pip เป็นคำที่ย่อมาจาก Price Interest Point หมายถึงการนับค่าของทศนิยม ตัวที่ 2 หรือตำแหน่งที่ 4 จากท้ายขึ้นมา เช่นคู่เงินของ EUR/JPY ในตอนแรกเป็น 2.3453 แต่พอเวลาผ่านไป 60 วินาที ราคาเปลี่ยนมาที่ 2.3452 เราจะเรียกว่าราคาลดต่ำลง 1 pip (เป็นราคาที่เคลื่อนไหวนั่นเอง)

ส่วนคำว่า point หรือแต้ม เป็นการดูจุดทศนิยมเหมือนกัน แต่เป็นการดูจุดทศนิยมตำแหน่งที่ 3 หรือตำแหน่งที่ 5 ไล่ขึ้นมา ดังนั้น หากว่า ราคาของคู่เงิน USD/JPY ก่อนการเทรดเป็น 2.14629 เมื่อเวลาผ่านไป 60 วินาที ราคาของเงินเป็น 2.14631 แสดงว่า ค่าของ point จะเพิ่มขึ้นมา 2 จุดนั่นเอง

แต่พอเวลาเทรดจริงๆ เทรดเดอร์บางคนอาจจะสับสนกับคำศัพท์ระหว่าง pip กับ point อยู่มากเลยทีเดียว ซึ่งที่กล่าวมานี้ ความหมายจริงๆ ของ pip จะต่างจาก point อยู่ประมาณ 10 เท่าหรือที่เรียกว่า 1 pip=10 point ได้เลย

การที่เราต้องมีหน่วย pip หรือ point เข้ามาเพราะว่าราคาของเงินใน binary options แทบจะเปลี่ยนแปลงน้อยมากๆ การเรียกค่าเงินว่ามีการเปลี่ยนแปลง 0.0001 หรือ 0.00001 มักจะไม่ค่อยมีคนนิยมพูดถึงกันเท่าไหร่นัก ดังนั้นจึงมีหน่วยของการเรียกราคาที่เปลี่ยนแปลงเข้ามาช่วย เพื่อให้เรียกได้เข้าใจตรงกันและเพื่อที่นักเทรดเดอร์จะพูดคุยสื่อสารกันได้ง่ายขึ้น

ศัพท์ stop loss, cut loss, pip, point ใช้ได้กับการเทรดหุ้นหรืออนุพันธ์ทุกรูปแบบทั้ง forex, binary options, future ด้วย

การได้กำไรของ binary options

อย่างที่ทราบในตอนแรกว่า binary options เป็นการคาดคะเนว่ากราฟจะพุ่งขึ้นหรือว่าต่ำลง หากคิดว่ากราฟจะพุ่งขึ้นก็ทายว่า call หากคิดว่ากราฟจะต่ำลงให้ทายว่า put ซึ่งจริงๆ แล้วศัพท์ทางด้านเทคนิคอาจจะไม่ได้มีเพียงแค่ call, put เพราะว่าโบรกเกอร์บางเจ้านิยามศัพท์ว่า high, low ให้นักเทรดเข้าใจความหมายหรือทิศทางการเคลื่อนที่ของหุ้นอย่างง่ายๆ

การจ่ายเงินหรือคิดรายได้ของ binary options คือเขาจะจ่ายเพียง 70 เปอร์เซ็นต์ของเงินที่ท่านเล่นใน binary options ซึ่งหลายคนจะท้วงว่า ได้เงินน้อย หากเป็นอย่างนี้ไปเล่นพนันฟุตบอลดีกว่า เพราะว่ามีโอกาสได้เงินได้มากกว่า ไม่ต้องมาเสียค่าน้ำ

ในสมัยก่อน การทาย binary options จะมีการทายในรูปแบบเดียวคือ ไม่สูงก็ต่ำแค่นั้น แต่ปัจจุบันเราสามารถทาย binary options ว่ามันจะสูงหรือต่ำได้ทั้งสองแบบแล้ว

การเทรด binary options ควรเลือกเทรดกับโบรกเกอร์ที่คุ้นเคย เพราะเราสามารถรู้ได้เลยว่ากำไรที่ได้จะไปอยู่ที่จุดไหน ซึ่งในระยะยาวหากว่าเราทำกำไรจากโบรกเกอร์ได้ในส่วนอื่น ก็จะไม่มีเรื่องแปลกๆ ให้เราเสียเปรียบแน่

นักลงทุนสำหรับการเทรด binary option สามารถหาค่าเฉลี่ยของกำไรหรือว่าขาดทุนได้ โดยการเปรียบเทียบโบรกเกอร์แต่ละเจ้า เจ้าไหนให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าก็เลือกเจ้านั้น หรือบางครั้งเทรดเดอร์อาจใช้วิธีการการยอมเสียเงินเพียงเล็กน้อยเพื่อให้ได้ผลกำไรที่มากกว่าเดิม ซึ่งค่านี้ เรียกว่าค่า Spread

อย่างเช่นเราเล่น binary options โดยการวางเงินเข้าไป 100 เหรียญเราสามารถได้กำไรจากมัน 1 เท่าตัว หากว่าเรายอมจ่ายเงินค่า spread ให้โบรกเกอร์บ้าง จะทำให้เราได้กำไรหรือผลตอบแทนที่มากกว่า 70% ในทุกๆ ครั้ง

ปกติแล้วโบรกเกอร์ binary options จะมีแค่ค่า strike price ไม่มีส่วนต่างระหว่างราคา bid และ ask ซึ่งในหุ้น forex หรือ future จะมีผลต่างในส่วนนี้ ซึ่งเวลาเราเล่นเราต้องจ่ายค่า spread ให้โบรกเกอร์บ้าง ซึ่งตรงนี้จะทำให้โบรกเกอร์ได้กำไรเห็นๆ อย่างไรก็ตามโบรกเกอร์มีโอกาสเสียน้อยมาก เพราะว่าเขาใช้วิธีการจับชนคู่ order ของเทรดเดอร์แต่ละคน เป็นการกระจายความเสี่ยง ซึ่งสิ่งที่เราได้กลับมาจากการเทรดก็คือค่าผลตอบแทนถึง 1 เท่าตัว ก็อาจจะกล่าวได้ว่า วินๆ ทั้งผู้เล่นและโบรกเกอร์เลยทีเดียว

ซึ่งการเสียค่า spread เพียงแค่ไม่กี่ pips จริงอยู่ว่าเปอร์เซ็นต์ที่เราจะได้เงินจากการเทรดลดน้อยลง เพราะหากว่าเส้นกราฟขึ้นไม่ถึงค่า spreads เราก็จะขาดทุนจากการเทรดครั้งนั้น แต่เมื่อเทียบกับตลาดทองที่มีความผันผวนมาก การขึ้นลงเป็นพันๆ จุด ซึ่งการที่เราเสียค่า spreads เพียงแค่ 32 pips ถือว่าจิ๊บจ๊อยไปเลย

ความต่างกันของ binary options กับการพนัน

นักเทรดเดอร์หลายคนคงจะเคยเล่นการพนันกีฬา ไม่ว่าจะเป็นพนันฟุตบอลหรือว่าพนันบาสเกตบอลมาแล้ว สิ่งที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดระหว่าง binary options กับการพนันฟุตบอลเลยก็คือ การพนันฟุตบอลหากว่าท่านเมาส์คลิกเพื่อเดิมพันกีฬาไปเรียบร้อยแล้วท่านจะไม่สามารถเรียกคืนการวางเดิมพันย้อนหลังได้

ต่างจาก binary options ตรงที่ เมื่อเราเปิด order ไปแล้วและสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจ เราสามารถเคลื่อนย้ายจุดตัดขาดทุน หรือที่เรียกว่า stop loss ได้ด้วยเป็นการบริหารความเสี่ยงที่ดีมาก

ในส่วนของการเล่นพนันกีฬา คาสิโนออนไลน์ หรือว่า binary options จะมีความแตกต่างกันคือ พนันกีฬาจะเป็นการเล่นที่เราสามารถคาดเดาได้บ้าง ว่าทีมนั้นทีมนี้จะชนะ ส่วนการเล่น casino ออนไลน์ท่านไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่า ท่านจะชนะเดิมพันหรือไม่เช่น การเล่นไฮโลออนไลน์ ก็ต้องขึ้นอยู่กับคนทอยหรือน้ำหนักของลูกเต๋า หรือขึ้นอยู่กับ dealer นั่นเอง หากว่ามันจะถ่วงไปทางใด (ซึ่งมันโกงกันได้ง่ายมาก) และสุดท้าย binary options ไม่ได้อาศัยการวิเคราะห์ก่อนเกมเลย เพียงแต่ว่าต้องดูเส้นกราฟช่วง real-time ว่ามันจะขึ้นหรือว่าลง

ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่า binary options มันไม่ใช่การพนัน แต่มีเรื่องของการลงทุนแฝงเข้ามาด้วย การเล่นหรือทำความเข้าใจในกติกาการเล่น binary options นั้นไม่ยากเลย แต่มันยากตรงที่เราจะทำกำไรจาก binary options อย่างไรมากกว่า

ลักษณะทั่วไปของ binary options ก็จะมี indicators ช่วงเวลาที่เล่น การเคลื่อนย้ายจุดคุ้มทุน (stop loss) ซึ่งการเทรด binary options จะคล้ายคลึงกับการเทรด forex มากที่สุด แต่จะมีความแตกต่างจาก forex ดังนี้คือ 1.ตลาด forex จะเปิดเฉพาะวันจันทร์-วันศุกร์ หากว่าท่านยังไม่ถอนเงินออกจากบัญชี ท่านสามารถนำเงินนั้นมาเล่นใหม่ในวันจันทร์ได้ (พอถึงวันศุกร์ทางผู้ให้บริการจะหยุดค่าเงินของท่านไว้ ) 2.การ close หรือปิดบัญชีเราสามารถปิดตอนไหน (ช่วงไหน) ก็ได้ตามแต่ใจเราปรารถนา การเทรดแต่ละครั้งไม่มีเวลากำหนดที่ตายตัว (หากว่าเส้นกราฟขึ้นเราจะเทรดเงินออกมาเลยก็ได้ ) ซึ่งต่างจาก binary options ตรงที่ ตลาดของ binary options จะทุกวัน ไมมีวันหยุด และเปิด 24 ชั่วโมง ข้อ2 การเทรดเงินจาก binary options ออกมาท่านจะต้องรอการเล่นให้จบเกมเสียก่อน เช่นก่อนเทรด ท่านตั้งค่า time interval เป็น 30 นาที ท่านก็ต้องรอจนกว่าจะครบ 30 นาที จึงจะถอนเงินออก binary options ได้

การคาดเดาหุ้นของ binary options จะมีสองแบบคือ call (ช่วงที่กราฟพุ่งสูงขึ้น), put (ช่วงที่กราฟพุ่งดิ่งลง) ปัจจุบันการทาย binary options จะมีสองลักษณะต่างจากอดีตที่ทายเฉพาะกราฟจะสูงขึ้นหรือต่ำลง